您现在的位置是:幻浪视界 > 热点
ตลท.เล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมา หวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
幻浪视界2026-01-08 08:08:06【热点】8人已围观
简介เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่
ตลทเล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมาหวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
很赞哦!(499)
站长推荐
友情链接
- 刘强东对京东大调整:王笑松任大快消事业群总裁
- 异形女王西格妮·韦弗有望出演《古墓丽影》真人剧
- 阴阳师辉夜姬新皮肤月映人间怎么获得 阴阳师辉夜姬新皮肤月映人间获取方式
- AGON爱攻成为2024 CS Major合作伙伴,共赴荣耀征程
- 高三写人作文:夸夸我班的小雷锋
- 行业首发冲阵先锋!新日携手女足联赛营销筑梦再创“骑”迹!
- CBA公布第三周最佳球员:新疆队长与福建外援当选
- WANNA ONE将以真人秀综艺形式再度集结 是否全员合体尚未确定
- 厨房效果图赏析 厨房有哪些设计技巧
- OpenAI的家务机器人售价2万美元|直击CES
- 传闻今年Xbox不会有年度总结 全力准备2026"周年庆"
- 短短一年,从争冠到0胜垫底...
- 面包含有70只蟋蟀 芬兰推出重口味蟋蟀面包
- 恶魔秘境林荫使者500魂地狱黑塔攻略
- 拉瑞安回应《神界》近期争议 承诺假期后公布更多细节
- 尼克斯逆转马刺夺NBA杯冠军 OG28+9文班18+6
- 青鸾繁华录兑换码2024有效 青鸾繁华录的兑换码永久性
- 买的橙子没试吃的甜 原因竟是出现在小贩的刀上...
- “垃圾分类从我做起.践行文明用餐光盘新风尚”
- 鲁大师软件全面解析:电脑维护与性能升级的好帮手







